ปูดีมีชัยไปกว่าครึ่ง!
สวัสดีครับพี่น้องเกษตรกร! เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมฟาร์มขนาดใหญ่เขาถึงปูพลาสติกคลุมดินได้ “ตึงเป๊ะ” เรียบเนียนไม่มีสะดุด? การปูพลาสติกให้ตึงไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามนะครับ แต่พลาสติกที่ตึงจะช่วยป้องกันน้ำขัง ลดการกระพือของลมที่อาจทำให้พลาสติกขาด และช่วยให้การจัดการระบบน้ำหยดทำได้ง่ายขึ้นมาก
วันนี้ TAOKAE จะมาเผยเคล็ดลับ 5 ขั้นตอนการเตรียมดินและปูพลาสติกคลุมดินตรา SAFARI ให้สวยและทนทานที่สุดครับ
5 ขั้นตอนเนรมิตแปลงปลูกให้สมบูรณ์แบบ
เตรียมดินให้ร่วนซุยและเรียบสม่ำเสมอ
ย่อยดินให้ละเอียดและปรับหน้าดินให้เรียบที่สุด
1. เตรียมดินให้ร่วนซุยและเรียบสม่ำเสมอ
ก่อนจะปูพลาสติก หัวใจสำคัญคือการย่อยดินให้ละเอียดและปรับหน้าดินให้เรียบที่สุด หากดินมีก้อนใหญ่หรือมีเศษกิ่งไม้แหลมคม จะทำให้พลาสติกมีโอกาสถูกทิ่มขาดได้ง่ายเมื่อเราขึงให้ตึงครับ
ติดตั้งระบบน้ำหยดให้เรียบร้อยก่อนปู
และควรใส่ปุ๋ยรองพื้นด้วย
2. ยกร่องและใส่ปุ๋ยรองพื้นให้พร้อม
ยกร่องตามความกว้างที่ต้องการ (ให้เหมาะสมกับหน้ากว้างพลาสติกที่เราเลือก) และควรใส่ปุ๋ยรองพื้นรวมถึงติดตั้งระบบน้ำหยดให้เรียบร้อยก่อนปู เพราะเมื่อคลุมไปแล้วเราจะไม่สามารถแก้ฐานรากได้ง่ายๆ ครับ
ปูพลาสติกในช่วงที่มีแสงแดด
ความร้อนจะทำให้พลาสติกมีความอ่อนตัวและยืดหยุ่นสูงขึ้น ช่วยให้เราขึงได้ตึง
3. เลือกเวลาปูให้ถูกช่วง
เคล็ดลับมือโปร: ควรปูพลาสติกในช่วงที่มีแสงแดดหรือช่วงกลางวันที่อากาศอุ่น เพราะความร้อนจะทำให้พลาสติก LDPE ของ SAFARI มีความอ่อนตัวและยืดหยุ่นสูงขึ้น ช่วยให้เราขึงได้ตึงกว่าการปูในช่วงเช้ามืดที่อากาศเย็นครับ
การปูพลาสติกคลุมดินให้ตึง
ยึดพลาสติกจากหัวแปลง แล้วดึงพลาสติกให้ตึงไปจนถึงสุดปลายแปลง
กลบดินทับชายผ้าด้านข้างทั้งสองฝั่งให้ตลอดแนว
4. เทคนิค “ขึงจากหัวไปท้าย” และกลบชายผ้า
เริ่มยึดพลาสติกจากหัวแปลงก่อน โดยฝังชายผ้าลงในดินให้แน่น จากนั้นดึงพลาสติกให้ตึงไปจนถึงสุดปลายแปลง แล้วจึงค่อยๆ กลบดินทับชายผ้าด้านข้างทั้งสองฝั่งให้ตลอดแนว เพื่อป้องกันลมพัดย้อนเข้าไปใต้พลาสติก
ตรวจสอบ “ด้านสีเงิน-ดำ” ให้ถูกต้อง
หันด้านสีเงินขึ้นฟ้า และ หันด้านสีดำลงดิน
5. ตรวจสอบ “ด้านสีเงิน-ดำ” ให้ถูกต้อง
ย้ำอีกครั้งเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด! หันด้านสีเงินขึ้นฟ้า เพื่อสะท้อนความร้อน และ หันด้านสีดำลงดิน เพื่อคุมวัชพืชและเก็บความชื้นครับ
เคล็ดลับยืดอายุการใช้งานพลาสติกคลุมดิน (ฉบับเจาะลึก)
- อย่าดึงตึงจนเกินไป (เผื่อระยะการยืด-หดตัว) หลายคนเข้าใจผิดว่ายิ่งปูตึงเหมือนกลองยิ่งดี แต่ในความเป็นจริง พลาสติกมีการขยายตัวเมื่อเจอความร้อนตอนกลางวัน และหดตัวลงเมื่ออากาศเย็นจัดตอนกลางคืน
- คำแนะนำ: ในขณะปูควรดึงให้เรียบสวยแต่ไม่ควรดึงจนสุดแรงเกิด ควรเผื่อความยืดหยุ่นไว้เล็กน้อย เพื่อป้องกัน “แรงดึงสะสม” ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พลาสติกขาดเองหรือฉีกขาดได้ง่ายเมื่อมีแรงลมมากระแทก
- เลือกใช้พลาสติกเจาะรูสำเร็จ (พร้อมวางแผนเรื่องระยะเวลา) การใช้พลาสติกที่เจาะรูมาจากโรงงาน จะได้รอยเจาะที่กลมเกลี้ยงสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยลดการฉีกขาดที่มักจะเริ่มจากรอยฉีกเล็กๆ ของการเจาะเองด้วยมือ อย่างไรก็ตาม เพื่อการเตรียมแปลงที่ราบรื่น ลูกค้าควรพิจารณาเงื่อนไขการสั่งซื้อดังนี้ครับ:
- แบบเจาะรู: เป็นการสั่งผลิตตามระยะที่ลูกค้าต้องการเพื่อให้เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิดที่สุด โดยปกติจะใช้เวลาดำเนินการตามคิวผลิตประมาณ 7 – 15 วัน ดังนั้นควรสั่งซื้อล่วงหน้าก่อนเริ่มเตรียมดินครับ
- แบบไม่เจาะรู: หากมีความจำเป็นต้องใช้งานด่วน ทางเรามีสินค้ามาตรฐานแบบไม่เจาะรูพร้อมจัดส่งทันที ซึ่งลูกค้าสามารถนำไปเจาะรูเองที่หน้างานได้ตามความสะดวก
- ช่องทางตรวจสอบ: แนะนำให้ทักแชทสอบถามคิวการผลิตกับทีมงาน TAOKAE ก่อนทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าจะถึงมือทันกำหนดการปลูกครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการปูพลาสติกคลุมดิน
Q1. พลาสติกคลุมดินต้องหันด้านไหนขึ้น?
A: ควรหัน “ด้านสีเงินขึ้นด้านบน” เพื่อช่วยสะท้อนแสงแดดและความร้อน ลดอุณหภูมิในดิน และช่วยไล่แมลงบางชนิด ส่วน “ด้านสีดำให้หันลงดิน” เพื่อทำหน้าที่ทึบแสง ป้องกันวัชพืชเกิด และรักษาความชุ่มชื้นของหน้าดินครับ
Q2. ช่วงเวลาไหนที่เหมาะที่สุดในการปูพลาสติกคลุมดิน?
A: ควรปูในช่วงที่มีแสงแดดหรือช่วงเวลากลางวันที่อากาศอุ่น เพราะความร้อนจะทำให้พลาสติกมีความอ่อนตัวและยืดหยุ่นสูงขึ้น ช่วยให้เราสามารถดึงพลาสติกให้ตึงได้ง่ายกว่าการปูในช่วงเช้ามืดที่อากาศเย็น
Q3. ทำไมต้องดึงพลาสติกคลุมดินให้ตึง?
A: การปูให้ตึงนอกจากจะดูสวยงามแล้ว ยังช่วยป้องกันน้ำขังบนผิวพลาสติก ลดปัญหาการกระพือของลมที่อาจทำให้พลาสติกฉีกขาด และทำให้การจัดการระบบน้ำหรือการเจาะหลุมปลูกทำได้แม่นยำและง่ายขึ้น
Q4. ควรใส่ปุ๋ยหรือวางระบบน้ำตอนไหน?
A: ต้องใส่ปุ๋ยรองพื้นและติดตั้งระบบน้ำ (เช่น สายน้ำหยด) ให้เรียบร้อย ก่อนการปูพลาสติก เนื่องจากเมื่อปูและกลบชายผ้าแล้ว จะไม่สามารถกลับไปแก้ไขโครงสร้างพื้นฐานหรือเพิ่มปุ๋ยในดินได้สะดวก
Q5. จะป้องกันไม่ให้พลาสติกคลุมดินขาดง่ายได้อย่างไร?
A: มีเคล็ดลับสำคัญ 3 ข้อครับ คือ
- เตรียมหน้าดินให้เรียบ ย่อยดินให้ละเอียด อย่าให้มีก้อนดินใหญ่หรือเศษกิ่งไม้แหลมคม
- อย่าดึงตึงจนเกินไปจนไม่มีระยะเผื่อสำหรับการขยายตัวและหดตัวตามอุณหภูมิ
- การเลือกใช้พลาสติกแบบเจาะรูสำเร็จรูป จะลดความเสี่ยงจากการใช้ของมีคมเจาะเองซึ่งอาจทำให้รอยขาดลามได้ครับ
Q6. พลาสติกคลุมดินแบบเจาะรูสำเร็จรูปดีกว่าเจาะเองอย่างไร?
A: พลาสติกแบบเจาะรูสำเร็จรูปช่วยให้ระยะห่างของรูแม่นยำสม่ำเสมอ รอยเจาะเรียบเนียนกว่าการใช้ของมีคมเจาะเอง ซึ่งช่วยลดโอกาสที่พลาสติกจะฉีกขาดลามจากรอยเจาะ และช่วยประหยัดแรงงานได้มาก
- ข้อควรรู้เรื่องการสั่งซื้อ: สำหรับการสั่งซื้อแบบ “เจาะรูสำเร็จรูป” จะเป็นการสั่งผลิตพิเศษตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งจะมีระยะเวลาการดำเนินงานตามคิวของโรงงาน (ประมาณ 7-15 วัน) ดังนั้นควรสอบถามและเช็กคิวกับทีมงานก่อนวางแผนใช้งาน
- สินค้าพร้อมส่ง: หากลูกค้าต้องการใช้งานเร่งด่วน สินค้าที่มีในสต็อกพร้อมส่งทันทีส่วนใหญ่จะเป็นแบบ “ยังไม่ได้เจาะรู” ซึ่งลูกค้าสามารถนำไปเจาะรูเองตามความเหมาะสมของหน้างานได้ครับ
เตรียมแปลงปลูกให้มือโปร เริ่มต้นที่ TAOKAE.NET
ไม่ว่าคุณจะปลูกพืชชนิดไหน เรามีพลาสติกคลุมดิน SAFARI ทุกสเปคที่ต้องการ
พร้อมบริการเจาะรูตามสั่งเพื่อให้คุณทำงานได้ง่ายที่สุด
สินค้าแนะนำ: พลาสติกคลุมดิน SAFARI
TAOKAE.NET: ประสบการณ์กว่า 30 ปี เคียงข้างทุกย่างก้าวของเกษตรกรไทย!
ติดต่อสั่งซื้อพลาสติกคลุมดินและปรึกษาเทคนิคการเตรียมแปลงได้เลย!