พลาสติกโรงเรือน – เลือกความหนาพลาสติกโรงเรือนกี่ “ไมครอน” ดี? ให้เหมาะกับพืชและคุ้มค่าที่สุด

ความหนาพลาสติกโรงเรือน

เวลาจะทำโรงเรือนสักหลัง นอกจากเรื่องสารกัน UV ที่ต้องดูแล้ว อีกหนึ่งคำถามที่ผมเจอบ่อยมากๆ คือ “ควรใช้ความหนากี่ไมครอนดีครับเถ้าแก่?” เพราะในตลาดมีตั้งแต่ 100 ไปจนถึง 250 ไมครอน ถ้าเลือกหนาไปก็เปลืองงบ ถ้าเลือกบางไปก็กลัวจะขาดง่าย

วันนี้ผมเลยขออาสามาสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าแต่ละความหนาเหมาะกับใคร และพืชแบบไหนครับ

ความหนาพลาสติกโรงเรือน 100-250 ไมครอน
ความหนาพลาสติกโรงเรือน-100-150ไมครอน

1. ความหนา 100 – 150 ไมครอน: เหมาะสำหรับ “สายประหยัดและพืชล้มลุก”

ความหนาระดับนี้ถือเป็นเกรดเริ่มต้นที่นิยมมากครับ เพราะราคาสบายกระเป๋าที่สุด

  • เหมาะกับใคร: โรงเรือนขนาดเล็กถึงกลางที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่ลมไม่แรงนัก
  • พืชที่แนะนำ: ผักสลัด, ผักสวนครัว, หรือใช้ทำโรงเพาะชำชั่วคราว
  • ข้อดี: แสงส่องผ่านได้ดีมาก น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย
  • ข้อควรระวัง: ความทนทานต่อแรงกระแทกหรือพายุจะน้อยกว่ารุ่นที่หนากว่า
ความหนาพลาสติกโรงเรือน-200ไมครอน

2. ความหนา 200 ไมครอน: “ความหนามาตรฐาน” ที่มืออาชีพเลือกใช้

ถ้าถามผมว่าตัวไหนขายดีที่สุด? คำตอบคือ 200 ไมครอน ครับ เพราะเป็นจุดสมดุลระหว่าง “ราคา” กับ “ความทนทาน”

  • เหมาะกับใคร: โรงเรือนมาตรฐานทั่วไป ฟาร์มเมล่อน ฟาร์มมะเขือเทศ หรือโรงเรือนกัญชา
  • พืชที่แนะนำ: เมล่อน, กัญชา/กัญชง, แคคตัสสายพันธุ์ราคาแพง หรือพืชที่ต้องการการปกป้องสูง
  • ข้อดี: เนื้อเหนียว ทนทานต่อแรงลมได้ดีกว่ารุ่น 150 ไมครอนอย่างเห็นได้ชัด และมักจะมาพร้อมสารกัน UV ที่เข้มข้น (อย่าง พลาสติกโรงเรือนแบรนด์ SAFARI ที่ร้านเราจำหน่าย ตัว 200 ไมครอนนี่คือตัวท็อปที่ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำบ่อยที่สุดครับ)
ความหนาพลาสติกโรงเรือน-250ไมครอน

3. ความหนา 250 ไมครอนขึ้นไป: สำหรับ “โรงเรือนขนาดใหญ่และพื้นที่ลมแรง”

นี่คือพี่ใหญ่สุดในตระกูลพลาสติกโรงเรือนครับ หนา เหนียว และหนัก

  • เหมาะกับใคร: โรงเรือนโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ หรือพื้นที่บนดอย พื้นที่โล่งแจ้งที่ลมพายุตีแรงตลอดปี
  • ข้อดี: อายุการใช้งานยาวนานที่สุด ทนต่อการฉีกขาดได้ดีเยี่ยม
  • ข้อควรระวัง: ราคาต่อม้วนจะสูงกว่า และการติดตั้งต้องใช้แรงดึงค่อนข้างมากเพื่อให้ตึงสวย

ตารางสรุปการเลือกใช้งาน

ความหนา (ไมครอน)

ชนิดพืชที่เหมาะสม

ระดับความทนทาน

100 – 150

ผักสวนครัว, ผักสลัด, เพาะกล้า

⭐⭐

200

เมล่อน, กัญชา, แคคตัส, กล้วยไม้

⭐⭐⭐⭐

250

โรงเรือนขนาดใหญ่, พื้นที่ลมแรง

⭐⭐⭐⭐⭐

เทคนิคเพิ่มเติมจาก TAOKAE.NET

ไม่ว่าคุณจะเลือกความหนาเท่าไหร่ สิ่งที่ลืมไม่ได้เลยคือ “สารกัน UV” ครับ ต่อให้ซื้อหนาถึง 250 ไมครอน แต่ถ้าไม่มีสารกัน UV แดดเมืองไทยก็เลียจนกรอบในเวลาไม่กี่เดือน

ที่ TAOKAE.NET เราคัดสรรพลาสติกแบรนด์ SAFARI ที่ใส่สารกัน UV มาให้ถึง 7% (สูงสุดในตลาดตอนนี้) เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ว่าคุณจะเลือกความหนาเท่าไหร่ คุณจะได้พลาสติกที่ทนแดดได้นานที่สุดครับ

สรุป: เลือกแบบไหนคุ้มที่สุด?

ถ้าถามความเห็นผม หากงบประมาณไม่ใช่ปัญหา การขยับจาก 150 มาเป็น 200 ไมครอน คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาวครับ เพราะความเหนียวที่เพิ่มขึ้นช่วยลดความเสี่ยงเวลาเจอพายุหน้าร้อนได้ดีกว่ามาก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการเลือกความหนาพลาสติกโรงเรือน

Q: พลาสติก 150 ไมครอน กับ 200 ไมครอน ต่างกันมากไหม?

A: ในแง่การมองเห็นอาจไม่ต่างกันมากครับ แต่ในแง่ “ความเหนียว” และ “ความคุ้มค่า” ต่างกันชัดเจนครับ รุ่น 200 ไมครอนจะทนต่อแรงดึงและแรงลมพายุได้ดีกว่ามาก หากตั้งใจทำโรงเรือนระยะยาว (3 ปีขึ้นไป) การใช้ 200 ไมครอนจะคุ้มค่ากว่าเพราะไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยครับ

Q: ความหนาของพลาสติก มีผลต่อ “แสง” ที่พืชได้รับไหม?

A: มีผลน้อยมากครับ ความหนาที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยไม่ได้ทำให้แสงลดลงจนส่งผลต่อพืช สิ่งที่มีผลต่อแสงจริงๆ คือ “สารกระจายแสง” และ “ความใส” ของพลาสติกมากกว่าครับ พลาสติก SAFARI ของเราเน้นความใสและกระจายแสงได้ดี แม้จะมีความหนาถึง 200 ไมครอนก็ตาม

Q: ทำไมพลาสติกโรงเรือนที่หนาเท่ากัน แต่ราคาในตลาดถึงต่างกันมาก?

A: หัวใจสำคัญอยู่ที่ “สารกัน UV” ครับ พลาสติกที่ราคาถูกผิดปกติมักจะใส่สารกัน UV น้อย ทำให้พลาสติกกรอบและขาดง่ายเมื่อเจอแดดจัด แต่สำหรับพลาสติก SAFARI เราใส่สาร UV 7% เต็มสเปก เพื่อให้มั่นใจว่าพลาสติกจะทนทาน ไม่กรอบ แม้จะผ่านไปหลายฤดูกาลครับ

Q: ถ้าปลูกแค่ผักสลัดในมุ้งโรงเรือนเล็กๆ จำเป็นต้องใช้ 200 ไมครอนไหม?

A: หากเป็นโรงเรือนขนาดเล็กที่มีโครงสร้างไม่สูงมาก และตั้งอยู่ในที่ที่ไม่มีลมแรง 100-150 ไมครอนก็เพียงพอสำหรับการใช้งานครับ แต่ถ้าโรงเรือนตั้งอยู่กลางแจ้งและต้องรับแรงลมเต็มๆ แนะนำให้ขยับเป็น 200 ไมครอนเพื่อความปลอดภัยครับ

Q: จะรู้ได้อย่างไรว่าพลาสติกที่ซื้อมาหนาตรงตามที่ระบุจริง?

A: วิธีที่ง่ายที่สุดคือการสังเกตจาก “น้ำหนักม้วน” ครับ พลาสติกที่หนากว่าในขนาด กว้าง x ยาว เท่ากัน จะต้องมีน้ำหนักม้วนที่มากกว่าเสมอ หรือหากมีไมโครมิเตอร์วัดความหนาก็สามารถสุ่มวัดได้ตามจุดต่างๆ ครับ

สนใจปรึกษาเรื่องขนาดหรือความหนาเพิ่มเติม ทักมาคุยกับทีมงานเถ้าแก่ได้เลยครับ

ทักแชทสอบถามสเปคได้ตลอดครับ คลิกเลย!

โทร: 092-872-7229, 099-131-3129, 087-918-2929

เรามีพลาสติกโรงเรือนจำหน่ายหลายความหนา : คลิกที่นี่เพื่อดูหน้าสินค้าพลาสติกโรงเรือน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *