กระสอบป่าน / Gunny sack
กระสอบป่าน (Gunny sack) เป็นถุงกระสอบที่ผลิตจากปอธรรมชาติ ลักษณะเหมือนถุงขนาดใหญ่ ที่มีโครงสร้างเป็นรูปแบบการทอสาน ทำให้กระสอบมีความทนทาน แข็งแรงกว่าถุงทั่วๆไปในท้องตลาด ใช้งานได้นาน ไม่ฉีกขาดง่าย และยังระบ่ายอากาศได้ดี มีความทนทานต่อสภาพอากาศและสารเคมีที่สูง ทำให้เหมาะสมสำหรับการใช้งานในสภาวะที่ต้องการความคงทนและความปลอดภัย สามารถรองรับน้ำหนักได้ 60 – 100 กิโลกรัม เป็นกระสอบที่นิยมใช้สำหรับบรรจุสิ่งของได้หลากหลาย หรือใช้ในงานห่อหุ้มผลผลิตที่มีหนามแหลม เช่น ทุกเรียน และยังเป็นที่นิยมในการใช้ในการปูบ่มคอนกรีตในงานก่อสร้างอีกด้วย
กระสอบป่านที่มีจำหน่าย เป็นถุงกระสอบใหม่ ไม่เคยผ่านการใช้งาน !!
ขนาด : 29 x 43 นิ้ว
รับน้ำหนักได้ประมาณ 60-100กก. / กระสอบ
ขายส่ง เป็นมัด 25 ใบ และ ขายปลีกเป็นผืน

รายละเอียด กระสอบป่าน

รายละเอียดสินค้า
- ขนาด : 29 x 43 นิ้ว
- รับน้ำหนักได้ประมาณ 60-100กก. / กระสอบ
- ใช้งานได้ทั้งการเกษตรและงานก่อสร้าง
- เเข็งแรง ทนทาน ไม่ขาดง่าย รับน้ำหนักได้ดี
ข้อแตกต่าง ระหว่างกระสอบป่าน และ กระสอบพลาสติก
กระสอบป่าน VS กระสอบพลาสติก แตกต่างกันอย่างไร?
- วัสดุที่ผลิตกระสอบ
- วัสดุของกระสอบป่านทำจากวัสดุธรรมชาติเช่น ใยป่านหรือวัสดุธรรมชาติอื่น ๆ
- กระสอบพลาสติกทำจากวัสดุพลาสติกเช่น Polypropylene (PP)
- มีราคาที่ต่างกัน
- ปัจจุบันกระสอบป่านมีราคาสูงกว่า เนื่องจากมีผู้ผลิตน้อย ส่วนใหญ่จะนำเข้าจากอินเดีย
- กระสอบพลาสติกมีราคาถูกกว่า
- วัตถุประสงค์การใช้งานต่างกัน
- กระสอบป่านมักถูกใช้ในการบรรจุหีบห่อสินค้าที่ต้องการความระเบียบเรียบร้อยและการรักษาสภาพของสินค้า
- กระสอบพลาสติกมักใช้ในการบรรจุหีบห่อที่ต้องการความกันน้ำหรือความปราศจากความชื้น
การประยุกต์ใช้งาน กระสอบป่าน



ใช้ในงานเกษตรและสวน ในการใส่ผลผลิตทางการการเกษตรต่างๆ เช่น เมล็ดกาแฟ ข้าวเปลือก ทุเรียนเป็นต้น



ใช้ในงานก่อนสร้าง ได้แก่ การรองเสาเข็ม การบ่มคอนกรีต ใช้ใส่เศษวัสดุก่อสร้าง
ความสำคัญของการบ่มคอนกรีต
การบ่ม (Curing) คือ ชื่อเฉพาะของวิธีการที่ช่วยให้ปฏิกิริยาไฮเดรชั่นของซีเมนต์ เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะส่งผลให้การพัฒนากำลังอัดของคอนกรีตเป็นไปอย่างต่อเนื่อง วิธีการทำโดยให้น้ำแก่คอนกรีตหลังจากที่คอนกรีตแข็งตัว
หน้าที่สำคัญของการบ่มคอนกรีตมีด้วยกัน 2 ประการ คือ
- ป้องกันการสูญเสียความชื้นจากเนื้อคอนกรีต
- รักษาอุณหภูมิให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสม
วัตถุประสมค์ที่สำคัญของการบ่มคอนกรีต
- เพื่อให้คอนกรีตมีความทนทาน
- เพื่อป้องกันการแตกร้าวของคอนกรีต
การบ่ม อาจหมายถึง การควบคุมอุณหภูมิของคอนกรีตด้วย ทั้งนี้เพราะอุณหภูมิที่สูงจะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาไฮเดรชั่นให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว อันทำให้คุณภาพของคอนกรีตเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะแรก โดยระยะเวลาในการบ่มคอนกรีต ควรจะทำต่อเนื่องอย่างน้อย 7 วัน เพื่อเพิ่มกำลังอัดของคอนกรีตให้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งกำลังอัดจะเพิ่มขึ้นสูงในช่วงแรก และถ้าผ่านไปสักพักก็จะเริ่มช้าลง แต่ก็จะขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกต่างๆ ที่เกิดขึ้น ว่าเราได้ทำให้คอนกรีตบ่มชื้นอยู่ตลอดเวลาหรือเปล่า ถ้าพูดตามหลักความเป็นจริง ในหน้างานก่อสร้างอาจจะไม่ได้ทำให้คอนกรีตบ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา จะมีบางช่วงบ้างที่คอนกรีตแห้ง เพราะถ้าต้องทำให้คอนกรีตชื้นหลายวันติดต่อกัน จะส่งผลให้การทำงานของการก่อสร้างช้าลง และค่าใช้จ่ายสูงมากขึ้น โดยระยะเวลาในการบ่มของแต่ละช่วง มีความแตกต่างกันในแง่ของกำลังอัด คือ
- ไม่บ่มคอนกรีตเลย จะส่งผลให้กำลังอัดลดลง เหลืออยู่เพียงแค่ 55%
- บ่มแบบขั้นต้น 7 วัน หรือจะทำถึง 14 วันก็ได้ จะทำให้มีกำลังอัดอยู่ที่ 70%
- บ่ม 28 วัน เป็นระยะเวลาที่สมบูรณ์มากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะมีกำลังอัด 100% และเป็นช่วงนิยมนำไปทดสอบกำลังอัดอีกด้วย
- บ่มสูงสุดถึง 180 วัน จะเป็นระยะเวลาที่บ่มนานมากที่สุด ช่วยทำให้คอนกรีตมีกำลังเพิ่มขึ้นถึง 125% เลยทีเดียว
การบ่มคอนกรีตด้วยการใช้กระสอบป่านคลุม ทำให้คอนกรีตมีความชื้นอยู่ตลอดเวลา โดยนำกระสอบป่านไปวางลงบนผิวคอนกรีตให้ทั่วทุกที่ หลังจากนั้นค่อยๆ เติมน้ำให้กับกระสอบป่าน เพื่อให้กระสอบป่านกักเก็บน้ำ ทำให้คอนกรีตมีความชื้นอยู่ตลอดเวลา สะดวกต่อการใช้งาน และวัสดุหาซื้อได้ง่าย แต่ถ้าอยู่ในพื้นที่ ที่มีอากาศร้อน จะต้องค่อยฉีดน้ำบนวัสดุด้วย
Reviews
There are no reviews yet.